ปปช.สระบุรี ร่วมกับ ปปท. เขต1/ ส.ป.ก.สระบุรี. /พศ.สระบุรี /หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ / อ.มวกเหล็ก /อบต.หนองย่างเสือ ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามความคืบหน้า วัดป่ารักษาใจ บรรยากาศเงียบ ไร้เงาผู้อยู่อาศัย

 ปปช.สระบุรี  ร่วมกับ ปปท. เขต1/ ส.ป.ก.สระบุรี. /พศ.สระบุรี /หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ / อ.มวกเหล็ก  /อบต.หนองย่างเสือ  ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามความคืบหน้า วัดป่ารักษาใจ  บรรยากาศเงียบ ไร้เงาผู้อยู่อาศัย




       เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569   ว่าที่ร้อยตรี คทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรี  พ.ต.อ.กษิดิศ เพิ่มพูนวิวัฒน์  รักษาราชการแทน ผอ.ปปท. เขต 1 มอบหมายให้ นางสาวสินีนาฏ จิตอรุณ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ  นายกิติวุฒิ ศัพทเสวี  นิติกรชำนาญการพิเศษ ส.ป.ก.สระบุรี นายชาญชัย กิจศักดาภาพ  หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ นางสาวอ้อยทิพย์ ปานสะอาด นายอำเภอมวกเหล็ก นางรพีวรรณ บำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี  นายวิจิตร ตุลาภิรมย์ ปลัดอบต.หนองย่างเสือ  ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ติดตามความคืบหน้าในคดีบุกรุกที่ป่าพื้นที่ วัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอริยะ(วัดป่าชนะใจ)พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และชนะใจ บริเวณตำบลหนอง ย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยว อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี







       จากการลงพื้นที่พบว่าบริเวณหน้าประตูทางเข้าปิดประตู คล้องกุญแจอย่างแน่นหน้า และติดป้ายว่า ปิดชั่วคราว  ติดต่อสอบถามเบอร์แอดมิน  0858677999 เวลา 09.00 น.-16.30 น. จากการเดินตรวจตามจุดต่างๆ  เป็นที่น่าสังเกตุ ไม่พบ พระ  แม่ชี  หรือแม้แต่ผู้ดูแลวัด  บรรยากาศเงียบเหงา แต่พบยังมีการก่อสร้าง  การปลูกต้นไม้ การทำความสะอาด และการปรับปรุงพื้นที่  โดยบ้านพักเดิมที่เป็นโซนที่พักของ แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรมที่เป็นสุภาพสตรี  ที่จำพรรษาของพระสงฆ์ สภาพดูเงียบหงา และไร้ผู้อยู่อาศัย เช่นกัน







        จากนั้น คณะได้นั่งรถ พากันลัดเลาะไปตามถนนดินลูกรังเส้นทาง  ที่มีร่องรอยใช้เครืองกลหนัก ตัดไหล่เขาทำถนนไถกลบตัดต้นไม้มีร่องรอยใหม่ๆ ขึ้นไปบนยอดเขา ที่อยู่ในโซนด้านหลังวัดวนเวียนขึ้นลง มองแล้วเหมือนเป็นอาณาจักรบนเนื้อที่นับพันไร่ ที่เดิมมีการก่อสร้างสาธารณูปโภค แทงค์น้ำประปา ห้องสุขา อยู่ทั่วไปในแต่ละจุดที่ถูกนำดินมาถมและปรับบนเนินหน้าผาปลูกที่พักท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามเรียกันว่า “ผาชนะใจ” สังเกตโดยรอบยังมีการฝ่าฝืน เข้ามาปรับปรุง พื้นที่ นายกิติวุฒิ ศัพทเสวี  นิติกรชำนาญการพิเศษ ส.ป.ก.สระบุรี กล่าวว่า  โดยในส่วน ส.ป.ก. จะมีพื้นที่เป็นสองส่วน คือพื้นที่ส่วนแรกเป็นพื้นที่ที่ ส.ป.ก.เคยอนุญาตให้เกษตรกรเข้าใช้ประโยชน์และต่อมามีการสละสิทธิ์ ต่อมาก็ได้มีการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม โดยไม่รับอนุญาต  แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน  ซึ่ง สปก .ยังไม่ดำเนินการอนุญาตให้กับผู้ใดมาทำประโยชน์  โดยในพื้นที่ที่ว่ามีการอนุญาตไปแล้วได้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยที่ไม่ได้ขออนุญาต จาก ส.ป.ก. รวมทั้งการใช้น้ำ ใช้ไฟ การเจาะบ่อบาดาลโดยที่ยังไม่ได้ขออนุญาตเช่นกัน ตรวจสอบซึ่งทั้งหมดเนี่ย ส.ป.ก.จะได้แจ้งความร้องทุกข์และดำเนินการตามกฎหมายไปแล้ว อยู่ในระหว่างดำเนินการกับพระชัยวัฒน์และพวก ไปแล้วนะครับ  ส่วนในพื้นที่ ส.ป.ก.ยังไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าทำประโยชน์ ในส่วนนี้ ได้ มีการทำถนนทำทาง  แล้วก็มีการขุดดิน ขุดบ่อในพื้นที่ อยู่ในระหว่างการคำณวนความเสียหาย  และจะแจ้งความในคดีแพ่งต่อไป  ทั้งนี้พื้นที่ได้รับความเสียหายที่ได้มีการบุกรุกไปแล้ว ประมาณ 200 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่ได้มีการแจ้งความจำนงขอใช้พื้นที่ที่ทาง ส.ป.ก.ยังไม่อนุญาตอีก ประมาณ 1,200 ไร่โดย นางสาวสินีนาฏ จิตอรุณ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ  ปปท.เขต 1 กล่าวว่า ในการลงพื้นที่เพื่อติดตามฝ้าระวัง ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ หลังจากที่ได้มีการบังคับใช้กฎหมาย  ซึ่งในการลงพื้นที่เท่าที่สังเกตุพบว่ามีหลายทรัพยากรเพิ่มเติม  จะเห็นว่าบางส่วนยังมีการลักษณะของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น ถนนเราจะเห็นว่ามีการลงหินคลุกหรือว่ามีการปรับเปลี่ยนสภาพเหมือนกับยังมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอยู่ แล้วก็มีบางส่วนที่เราสังเกตเห็นก็คือยังมีการเดินสายไฟ  ในส่วนนี้ก็ขออนุญาตฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลพื้นที่อาจจะเป็นการสร้างมาตรการร่วมกับผู้นำชุมชนหรือผู้นำในพื้นที่  ในการเฝ้าระวังว่าไม่ให้มีการนำเครื่องจักรหนักเข้ามาในพื้นที่เพื่อที่จะจัดการมีการเปิดป่าใหม่หรือทำลายทรัพยากรเพิ่มเติม  นายชาญชัย กิจศักดาภาพ  หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร)กรมป่าไม้  ชี้แจงว่า ที่ผ่านมา ทางป่าไม้ก็ได้มีการนำเรื่องทั้งหมดพร้อมพยานหลักฐานไปแจ้งความดำเนินคดี กับสถานปฏิบัติธรรม ที่สถานีตำรวจภูธรวังม่วงเป็นเรียบร้อยแล้ว ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484  จากนั้นก็ได้มีการไปสอบปากคำที่ สภ.วังม่วงเรียบร้อยแล้ว  จากนั้นมาทางตำรวจสอบสวนสวนกลาง ก็ได้ดึงคดีจากวังม่วงได้ไปทำการสอบสวนต่อที่สอบสวนกลางเรียบร้อยแล้ว  ต่อมาเราก็ได้ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำนวณค่าเสียหายสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายป่าทั้งหมดเนี่ย 5 ล้านกว่าบาท   ซึ่งก็ได้นำหลักฐานในเรื่องของค่าเสียหายที่จะต้องคิดกับผู้ที่ทำให้ความเสื่อมเสียสภาพป่า นำไปมอบกับพนักงานสอบสวนแล้ว ในเรื่องของสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในพื้นที่ป่าจริงๆแล้ว พรบ.ป่าไม้ ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ ในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เพราะฉะนั้นในสำนวนเราบอกไว้แล้วว่าขอให้ทางพนักงานสอบสวนยื่นร้องขอต่ออัยการและศาลเพื่อบังคับให้ผู้กระทำผิดและบริวารออกจากพื้นที่และรื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว

          ทั้งนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี โดย นางรพีวรรณ บำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี  กล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการแจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์เรียกตัวพระทั้งหมดกลับ พื้นที่ทั้งหมดแล้ว  และได้มีการเฝ้าระวังมิให้พระหรือผู้เกี่ยวข้องเข้ามาในสถานที่แห่งนี้  ด้านนางสาวอ้อยทิพย์ ปานสะอาด นายอำเภอมวกเหล็ก กล่าวว่า ในส่วนอำเภอมวกเหล็กในฐานะฝ่ายปกครองและกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ประสานงานให้ ทาง อบต.หนองย่างเสือ  ดำเนินการตามควบคุมตาม พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อย่างเคร่งครัด   สุดท้าย  ว่าที่ร้อยตรี คทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรี  ได้กล่าวว่าการลงพื้นที่เพื่อที่จะติดตามการดำเนินงานและการบังคับใช้กฎหมาย ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอฝากภาคประชาชนในการช่วยกันสอดส่องและช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อเฝ้าระวังยับยั้งมิให้เกิดการทำผิดในลักษณะนี้อีก

#SARABURISANDBOX

#SaraburiLowCarbonCity

#คุณภาพชีวิตดีคนสระบุรีไม่ทอดทิ้งกัน

#ขอบคุณภาพข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี

เสนอข่าวโดยเพจศูนย์ข่าวแว่นนิวส์ไทม์ 0890902781

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สระบุรี พบผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน Astre Zeneca เข็มแรกได้2วัน

การเลือกสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสระบุรี เสร็จสิ้น

ดารูมะซูชิ ขยายสาขาแห่งแรกในหัวเมืองต่างจังหวัดที่ห้างดังสุขอนันต์ปาร์คสระบุรี