สระบุรี ประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ต้องราชทัณฑ์ ประจำจังหวัดสระบุรี
จ.สระบุรี ประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ต้องราชทัณฑ์ ประจำจังหวัดสระบุรี
วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ต้องราชทัณฑ์ ประจำจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสระบุรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสระบุรี องค์กรภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมสุพรรณิการ์ เรือนจำจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
การประชุมครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานบ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” ซึ่งเป็นโครงการจัดตั้งสถานที่พักชั่วคราวสำหรับรองรับผู้พ้นโทษ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับสู่สังคม บ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” มีบทบาทเป็นกลไกสำคัญในการรองรับผู้พ้นโทษในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ และเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม ปัญหาที่พบในปัจจุบันจากการวิเคราะห์สภาวะปัญหาของผู้พ้นโทษในปัจจุบัน พบว่ามีอุปสรรคสำคัญ 3 ประการที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ ได้แก่ ด้านที่พักอาศัย การขาดที่พักพิงที่มั่นคงในช่วงหลังปล่อยตัว ด้านเศรษฐกิจ การขาดโอกาสในการประกอบอาชีพและทักษะที่ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ด้านสังคม การไม่ได้รับความยอมรับจากชุมชนและการตีตราทางสังคม บ้านกึ่งวิถีทำหน้าที่เป็นทั้ง ที่พักชั่วคราว และศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาทักษะชีวิต สนับสนุนให้ผู้พ้นโทษสามารถปรับตัว ฝึกอาชีพ และเตรียมความพร้อมก่อนกลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน แนวทางบ้านกึ่งวิถีเป็นกลไกที่มีการดำเนินการในต่างประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์มีการใช้ระบบบ้านกึ่งวิถี (Halfway House) อย่างกว้างขวางและเป็นระบบ เพื่อเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวและฟื้นฟูผู้พ้นโทษหรือผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ ให้สามารถปรับตัวคืนสู่สังคม ลดการกระทำผิดซ้ำและเพิ่มโอกาสในการมีงานทำของผู้พ้นโทษ มติที่ประชุมเห็นชอบในหลักการการขับเคลื่อนโครงการบ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด ให้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งในที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะ เรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน มีการพัฒนาระบบติดตามผลผู้พ้นโทษโดยอาศัยคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ต้องราชทัณฑ์ร่วมติดตาม ประเมินผลภายหลังพ้นโทษ และให้ข้อเสนอแนะว่าการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีนั้น กลุ่มเป้าหมายควรอาศัยอยู่เพียงระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงปรับตัว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลภายหลังพ้นโทษ โดยให้ปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาพฤตินิสัยเป็นการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษอย่างเข้มข้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากแรงงานจังหวัดสระบุรี และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 28 สระบุรี จะให้การสนับสนุนการฝึกทักษะอาชีพ โดยมีความเห็นร่วมกันในระยะยาวคือการจัดตั้งศูนย์พัฒนาฝีมือแรงานภายในเรือนจำฯ เช่นช่างเชื่อม ช่างแอร์ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ฝึกอบรมตั้งแต่อยู่ในเรือนจำและได้ใบรับรองความสามารถ ซึ่งจะได้นำไปประกอบอาชีพภายในสถานประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระภายหลังพ้นโทษได้ทันที ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Saraburi sandbox คุณภาพชีวิตคนสระบุรีไม่ทอดทิ้งกัน ที่จัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกอำเภอของจังหวัดสระบุรีจะเข้ามามีส่วนช่วยในการสนับสนุนด้านการมีงานทำภายหลังพ้นโทษ โดยผ่านกิจกรรมโครงการตลาดนัดแรงงาน ปันโอกาส สร้างอาชีพ 1 อำเภอ 1 สถานประกอบการ โดยนำสถานประกอบการที่ยินดีรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน มาร่วมกิจกรรม และสร้างความเชื่อมั่นในการรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน ซึ่งไม่เพียงแต่การสงเคราะห์เบื้องต้น หรือการให้โอกาสเท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต
โดยใช้กลไกการบริหารภายในจังหวัดสระบุรี ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนจากผู้ที่เคยทำผิดพลาดให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของจังหวัดสระบุรีต่อไป
#SARABURI SANDBOX
#Saraburi Low Carbon City
#คุณภาพชีวิตดีคนสระบุรี ไม่ทอดทิ้งกัน
ขอบคุณภาพข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี
เสนอข่าวโดยเพจศูนย์ข่าวแว่นนิวส์ไทม์ 0890902781








ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น