ผู้ว่าฯ สระบุรี มอบแนวทางโครงการเกษตรชีวภาพแบบยั่งยืน ตามแนวทาง SARABURI SANDBOX เกษตรคาร์บอนต่ำ ที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี

 ผู้ว่าฯ สระบุรี มอบแนวทางโครงการเกษตรชีวภาพแบบยั่งยืน ตามแนวทาง SARABURI SANDBOX เกษตรคาร์บอนต่ำ ที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี  


       วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 น. นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี  ลงพื้นที่มอบแนวทางโครงการเกษตรชีวภาพแบบยั่งยืน ตามแนวทาง SARABURI SANDBOX เกษตรคาร์บอนต่ำ ที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี 





  
        มีนายประกาศิต สาณะเสน นายอำเภอวังม่วงพร้อมด้วยประธานสมาคมชาวไร่อ้อยและเกษตรกรในพื้นที่อำเภอวังม่วง ให้การต้อนรับ



          ซึ่งอำเภอวังม่วง ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งในส่วนของบริษัทน้ำตาลสระบุรี  บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมชาวไร่อ้อยเขื่อนป่าสัก  สระบุรี/ทีมอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรีรวมถึงเครือข่ายเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อำเภอวังม่วงเพื่อดำเนินโครงการตามโมเดลเกษตรไร่อ้อย ชีวภาพแบบยั่งยืน ตามหลักลด 3 เพิ่ม 1 (ลดสารกำจัดวัชพืชและยาฆ่าแมลง,ลดการใช้ปุ๋ยเคมี,ลดการเผาก่อนและหลังเก็บเกี่ยวและเพิ่มแหล่งน้ำทางการเกษตร) อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 




    ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากภาคการเกษตรเพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของเกษตรกรและมุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ โดยมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นครั้งแรกของจังหวัดสระบุรี ผ่านกระบวนการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาปรับใช้ในภาคการเกษตร เพื่อให้เกิดทั้งประสิทธิภาพ และประสิทธิผล







          เป้าหมายหลักของการขับเคลื่อนภาคการเกษตร คือ "การทำให้เกษตรกร อยู่ดีมีสุข" ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินการ ที่สำคัญประการหนึ่งของโครงการ SARABURI SANDBOX คือ "การทำให้ประชาชนมีกิน มีใช้มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืนและจะเป็นต้นแบบและคู่มือในการดำเนินการ ให้กับภาคการเกษตรในพื้นที่อื่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 






          ทั้งนี้บริษัท ปูนซีเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน) ได้สนับสนุนรถย่อยและอัดใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 3,200,000 บาท โดยมอบหมายให้สมาคมชาวไร่อ้อยฯ /แปลงใหญ่อ้อยฯ เป็นผู้บริหารจัดการเครื่องจักรดังกล่าว สำหรับใบอ้อย ที่ผ่านการย่อยและอัดแล้ว จะนำไปทำเป็นเชื้อเพลิง ชีวมวลส่งกลับเข้าโรงงานปูนซิเมนต์แก่งคอย โรงงานปูนซิเมนต์เขาวง และโรงงานอื่น ๆ ที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลต่อไป.

ภาพข่าวโดยลุงแว่น 0890902781

เสนอข่าวโดยเพจศูนย์ข่าวแว่นนิวส์ไทม์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สระบุรี พบผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน Astre Zeneca เข็มแรกได้2วัน

การเลือกสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสระบุรี เสร็จสิ้น

ดารูมะซูชิ ขยายสาขาแห่งแรกในหัวเมืองต่างจังหวัดที่ห้างดังสุขอนันต์ปาร์คสระบุรี