จังหวัดสระบุรี จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2
จังหวัดสระบุรี จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2
วันนี้(12 ก.พ..2569) เวลา 09.30 น. นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ที่โดมวัดหัวถนน หมู่ที่ 5 ตำบลโคกสว่าง อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี โดยมีนายปรีชา สายแสง เกษตรจังหวัดสระบุรี กล่าววัตถุประสงค์ พร้อมเกษตรอำเภอและเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรจำนวนมาก
โดยก่อนเริ่มกิจกรรม นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ร่วมงาน พี่เกษตรกร ร่วมกันยื่นสงบนิ่ง แสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
นายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์ นายอำเภอเมืองสระบุรี อำเภอเมืองสระบุรีกล่าวต้อนรับ มีพื้นที่ที่ทั้งหมด 188,518 ไร่ มีประชากร 116,334 คน จำนวน 57,192 ครัวเรือน แบ่งการปกครองออกเป็น 11 ตำบล 77 หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรจำนวน 23,293 ไร่ มีการทำการเกษตรปลูกข้าวคิดเป็นร้อยละ 89 นอกจากนั้นเป็นไม้ผล พืชผักและพืชไร่ มีเกษตรกรจำนวน 1,146 ครัวเรือน
สำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี ได้ร่วมบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามกุฎราชกุมารประจำปี 2569ครั้งที่ 2 โดมวัดหัวถนน หมู่ที่ 5 ตำบลโคกสว่าง อำเภอเมืองสระบุรี วัตถุประสงค์เพื่อให้บริการเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว อย่างทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร บูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน ให้สามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ ได้รับการบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปเพื่อเป็นการกระตุ้นเกษตรกรให้เกิดการตื่นตัว และยอมรับนวัตกรรมใหม่ๆ ตามความต้องการและความเหมาะสมกับประชาชนแต่ละพื้นที่








































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น