จังหวัดสระบุรีจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
จังหวัดสระบุรีจัด พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 07.30 น.ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี ตำบลตะกุด อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาพร้อมด้วย นางจิตตินันท์ เชาวรินทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจปลัดจังหวัดสระบุรีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสระบุรี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ
โดยมีพระราชวชิรมงคลวิสิฐ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ทรงมีพระปณิธานอันมุ่งมั่นแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงเป็นดั่งแสงสว่างบนเส้นทางแห่งการพัฒนาภูมิปัญญาและหัตถศิลป์ไทย ด้วยพระองค์มีพระปณิธานอันแน่วแน่ในการดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จย่าของพระองค์ทรงอุทิศทุ่มเทพระวรกายเพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทย ทรงฟื้นคืนชีวิตภูมิปัญญาผ้าและหัตถศิลป์ไทยให้กลายเป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพ และด้วยพระปณิธานอันยิ่งใหญ่ในการส่งเสริมอาชีพให้แก่กลุ่มทอผ้าในทุกภูมิภาคของประเทศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนองพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในเรื่องของการต่อยอดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทรงส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพาตนเองทางด้านการปลูกฝ้าย การปลูกต้นหม่อน การเลี้ยงหนอนไหม ปลูกพืชพันธุ์ที่ให้สีธรรมชาติพระราชทานคำแนะนำโดยทรงนำอุปสงค์ความต้องการสวมใส่ผ้าไทยมากระตุ้นในส่วนของอุปทาน เพื่อให้คนทุกเพศทุกวัย สามารถสวมใส่ผ้าไทยได้ในทุกโอกาส ด้วยแนวพระดำริที่ว่า หากคนทุกเพศทุกวัยจะสวมใส่ผ้าไทยได้ควรมีการออกแบบที่ดีมากระตุ้นให้ช่างทอผ้าได้เรียนรู้ว่า ความต้องการจะเพิ่มขึ้น ถ้าทอผ้าตัดชุดให้ได้ตรงกับความต้องการ โดยนำลวดลายดั้งเดิมของบรรพบุรุษมาผสมผสานให้มีความร่วมสมัยสอดคล้องกับเทรนด์ระดับสากล ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแสความนิยมการสวมใส่ผ้าไทยอย่างแพร่หลาย ในทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และสามารถต่อยอดเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้แก่งานศิลปหัตถกรรมไทยในเชิงธุรกิจได้อย่างกว้างขวาง ทั้งยังได้พระราชทานพระดำริ “หมู่บ้านยั่งยืน" เป็นต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน
#SARABURI SANDBOX
#Saraburi Low Carbon City
#คุณภาพชีวิตดีคนสระบุรี ไม่ทอดทิ้งกัน
ขอบคุณภาพข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานจังหวัดสระบุรี
เสนอข่าวโดยเพจศูนย์ข่าวแว่นนิวส์ไทม์ 0890902781











ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น